Back to Articles

เรื่องนี้ต้องระวัง เจ้าของคอนโด แอบคุยกับลูกค้าเองจนชวดค่าคอม ป้องกันได้อย่างไร

ความรู้
7 Mins Read

เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหมคะ ? ลูกค้าสนใจทรัพย์ กำลังจะปิดดีลได้อยู่แล้ว แต่จู่ ๆ เจ้าของห้องก็แอบไปติดต่อปิดดีลกับลูกค้าเอง สุดท้ายเราในฐานะนายหน้าก็ชวดค่าคอมมิชชั่นไปแบบเจ็บใจ ใครเคยเจอจะรู้ดีว่า “เจ็บจี๊ดดด” ขนาดไหน

บทความนี้ Shinyu Real Estate จะมาแชร์ 4 วิธีป้องกันไม่ให้เจ้าของคอนโดแอบคุยกับลูกค้าเองจนนายหน้าชวดค่าคอม ที่นำไปใช้ได้จริงตั้งแต่วันนี้ ทั้งสำหรับนายหน้ามือใหม่และคนที่ทำมานานแล้วแต่ยังเจอปัญหานี้ซ้ำ ๆ

ทำไมเจ้าของคอนโดถึงเลือก “แอบ” คุยกับลูกค้าเอง ?

ก่อนจะรู้วิธีป้องกัน เราต้องเข้าใจก่อนว่าเหตุผลที่เจ้าของห้องตัดสินใจติดต่อลูกค้าเองนั้นมาจากอะไร โดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ 3 สาเหตุหลัก ๆ ที่เจอบ่อย

1. รู้สึกว่าค่าคอมไม่คุ้มกับสิ่งที่ได้รับ

หากนายหน้าทำหน้าที่ของตัวเองไม่ดีพอ ไม่ดูแลลูกค้า ไม่ประสานงานให้สะดวก เจ้าของห้องก็มีแนวโน้มจะรู้สึกว่า “เสียค่านายหน้าทำไม ในเมื่อเขาก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก” — เมื่อความคุ้มค่าหายไป โอกาสที่จะแอบติดต่อลูกค้าเองก็สูงขึ้น

2. หา Contact ลูกค้าได้เองในยุคโซเชียล

สมัยนี้การจะหาคอนแทคใครสักคน ไม่ใช่เรื่องยากเหมือนก่อนแล้ว เพียงค้นใน Facebook, LINE, Instagram หรือ Google ก็มีโอกาสเจอเบอร์โทรหรือช่องทางติดต่อของลูกค้าได้ไม่ยาก — ถ้าเจ้าของห้องอยากตัดนายหน้าออกจริง ๆ ก็ทำได้

3. ไม่มีสัญญานายหน้าผูกมัดที่ชัดเจน

ดีลที่ไม่มีเอกสารยืนยันค่าคอมมิชชั่นเป็นลายลักษณ์อักษร = ดีลที่เปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา หลายเคสที่นายหน้าชวดค่าคอม เกิดจากการที่ทุกอย่างคุยกันด้วยปากเปล่า ไม่มีหลักฐานผูกมัด

Key Insight: วิธีป้องกันที่ดีที่สุดไม่ใช่การ “หวง Contact” แต่คือการทำให้เจ้าของห้อง “ไม่คิดที่จะทำ” ตั้งแต่แรก — ซึ่งต้องอาศัยทั้งความเป็นมืออาชีพและสัญญาที่ชัดเจน

4 วิธีป้องกันไม่ให้เจ้าของห้องแอบคุยกับลูกค้าเอง

1. เป็น “ตัวกลาง” ที่เจ้าของห้องรู้สึกว่าขาดไม่ได้

นายหน้ามีหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงานระหว่างเจ้าของห้องและลูกค้า ซึ่งค่าคอมมิชชั่นที่ได้รับนั้นโดยส่วนใหญ่จะมาจากฝั่งเจ้าของห้อง ดังนั้นเราต้องทำงานให้ “คุ้มค่า” ในมุมของคนจ่ายเงิน

การทำงานที่เจ้าของห้องจะรู้สึกประทับใจและไม่อยากตัดเราออกจากดีล ได้แก่

• คัดกรองลูกค้าให้ดี — ส่งลูกค้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจริง ๆ ไม่ใช่พามาดูแบบไม่กรอง
• ดูแลเรื่องเอกสารและสัญญาให้ครบ ลดภาระเจ้าของห้อง
• ตอบเร็ว สื่อสารชัด รายงานความคืบหน้าสม่ำเสมอ
• แก้ปัญหาให้ก่อนเจ้าของห้องจะต้องร้องขอ

เมื่อเจ้าของห้องเห็นว่าเรา “ช่วยให้ชีวิตเขาง่ายขึ้นจริง” ค่าคอมที่จ่ายไปก็จะคุ้มค่าในสายตาเขา

2. ทำสัญญานายหน้าให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น

เมื่อมีลูกค้าและมั่นใจว่าใกล้ปิดดีลได้แล้ว ควรจัดทำ “สัญญาแต่งตั้งนายหน้า” หรือ “Commission Agreement” ระหว่างนายหน้ากับเจ้าของห้องให้เรียบร้อย โดยในสัญญาควรระบุประเด็นสำคัญดังนี้

หัวข้อในสัญญา รายละเอียดที่ต้องระบุ
อัตราค่าคอม ระบุชัดว่ากี่เปอร์เซ็นต์ของราคาขาย/ค่าเช่า หรือเป็นจำนวนเงินตายตัว
เงื่อนไขการได้รับค่าคอม ระบุชัดว่าได้รับเมื่อไหร่ เช่น เมื่อปิดดีลเซ็นสัญญา / เมื่อลูกค้าโอนเงินมัดจำ
กำหนดวันชำระ ระบุวันที่และช่องทางการโอน เช่น ภายใน 3 วันหลังเซ็นสัญญา โอนเข้าบัญชี XXX
ข้อตกลงเรื่องลูกค้าที่นายหน้าแนะนำ ระบุว่าถ้าเจ้าของห้องปิดดีลกับลูกค้าที่นายหน้าแนะนำมาภายหลัง (เช่น 6 เดือน – 1 ปี) ยังถือว่าเป็นดีลของนายหน้า
ข้อตกลงการต่อสัญญา กรณีลูกค้าเช่าต่อ ระบุว่านายหน้ายังได้ค่าคอมจากการต่อสัญญาด้วย

สัญญานี้ไม่จำเป็นต้องเป็นภาษาทางกฎหมายซับซ้อน แต่ต้องชัดเจน มีลายเซ็นทั้งสองฝ่าย และเก็บสำเนาไว้ — แค่นี้ก็ช่วยป้องกันปัญหา “เจ้าของห้องเปลี่ยนใจ” ได้มากแล้ว

3. ไม่ให้ Contact ลูกค้ากับเจ้าของห้อง — ตลอดทั้งสัญญา

หลักการที่หลายคนพลาด คือคิดว่าไม่ให้ Contact เฉพาะช่วงก่อนปิดดีลก็พอ แต่จริง ๆ แล้วเราควรเป็นตัวกลางตลอดทั้งอายุสัญญา เพราะ

• ถ้าเป็นเคสปล่อยเช่า — เมื่อใกล้หมดสัญญา ลูกค้าอาจอยากต่อสัญญาเองโดยตรงกับเจ้าของห้องเพื่อประหยัดค่านายหน้า
• ถ้าเป็นเคสซื้อขาย — ลูกค้าอาจมีญาติ/เพื่อนที่สนใจซื้อทรัพย์อื่นในอาคารเดียวกัน แล้วเจ้าของห้องอาจส่งต่อ Contact ของเจ้าของห้องห้องอื่นให้โดยตรง
• ความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างเจ้าของห้องและลูกค้า = โอกาสเสียดีลในอนาคต

ดังนั้นให้ เป็นช่องทางสื่อสารหลัก ระหว่างทั้งสองฝ่ายตั้งแต่ต้นจนจบสัญญา จะเหนื่อยขึ้นนิด แต่ช่วยรักษาค่าคอมในระยะยาวได้

4. ไปที่หน้างานกับลูกค้าเสมอ ทุกครั้ง

ทุกครั้งที่มีการนัดเจอระหว่างเจ้าของห้องและลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น

• การเข้าชมห้อง (Viewing)
• การเซ็นสัญญาเช่า/สัญญาซื้อขาย
• การย้ายเข้า / ส่งมอบกุญแจ
• การตรวจสภาพห้องก่อนคืนห้อง

นายหน้าควร ไปด้วยตัวเองทุกครั้ง เพื่อดูแลทั้งฝั่งลูกค้าและเจ้าของห้อง รวมถึงป้องกันไม่ให้ทั้งสองฝ่ายแลก Contact กันเองในระหว่างนัดหมาย

การไปหน้างานทุกครั้งยังช่วยเรื่องอื่นด้วย เช่น เป็นพยานเรื่องสภาพห้องตอนส่งมอบ, ช่วยตอบคำถามทันทีไม่ต้องผลัดวัน, และทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกว่าเรา “ดูแลครบวงจร” — ซึ่งย้อนกลับไปสร้างความคุ้มค่าให้ค่าคอมที่จ่ายไปอีกครั้ง

สรุป Checklist — สิ่งที่นายหน้าควรทำในทุกดีล

ช่วงเวลา สิ่งที่ต้องทำ
ก่อนพาดูห้อง คุยเงื่อนไขค่าคอมกับเจ้าของห้องให้ชัด เก็บข้อมูลลูกค้าไว้ในมือ ไม่ส่ง Contact ตรงให้กัน
เมื่อใกล้ปิดดีล ทำสัญญาแต่งตั้งนายหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุค่าคอม วันชำระ ช่องทางโอน
วันเซ็นสัญญา / ย้ายเข้า ไปหน้างานด้วยทุกครั้ง ดูแลทั้งสองฝ่าย ป้องกันการแลก Contact
ระหว่างอายุสัญญา เป็นตัวกลางสื่อสารทุกเรื่อง ไม่ให้ทั้งสองฝ่ายติดต่อกันเอง
ใกล้หมดสัญญา เป็นผู้เจรจาการต่อสัญญาด้วยตัวเอง รักษาสิทธิ์ค่าคอมจากการต่อสัญญา

คำถามที่นายหน้าถามบ่อย (FAQ)

Q1: ถ้าเจ้าของห้องไม่ยอมเซ็นสัญญาแต่งตั้งนายหน้า ควรทำอย่างไร ?

ลองอธิบายว่าสัญญานี้เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่แค่ป้องกันนายหน้า แต่ยังช่วยให้เจ้าของห้องมั่นใจในเงื่อนไขด้วย หากยังไม่ยอม ให้พิจารณาความเสี่ยงเอง — บางดีลที่ไม่มีสัญญารองรับอาจไม่คุ้มที่จะลงแรง

Q2: ค่าคอมมิชชั่นนายหน้าในไทย โดยทั่วไปอยู่ที่เท่าไหร่ ?

เคสปล่อยเช่ามาตรฐานในไทยอยู่ที่ ครึ่งหนึ่ง – 1 เดือนของค่าเช่า ต่อสัญญา 1 ปี ส่วนเคสซื้อขายอยู่ที่ 3% ของราคาขาย โดยอาจมีการปรับขึ้น/ลงตามข้อตกลงและประเภททรัพย์

Q3: ถ้าเจ้าของห้องแอบปิดดีลเองไปแล้ว ทำอะไรได้บ้าง ?

ถ้ามีสัญญาแต่งตั้งนายหน้าและมีหลักฐานว่าลูกค้าคนนั้นเป็นคนที่เราแนะนำ (เช่น ประวัติแชท, อีเมล, การพาดูห้อง) สามารถเรียกร้องค่าคอมตามสัญญาได้ แต่ถ้าไม่มีหลักฐานเลย โอกาสจะค่อนข้างยาก — ย้ำว่าสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรสำคัญที่สุด

Q4: เป็นนายหน้าฟรีแลนซ์ จะหาแบบฟอร์มสัญญานายหน้ามาตรฐานได้จากไหน ?

สามารถปรึกษาเอเจนซี่อสังหาที่มีระบบครบวงจร อย่าง Shinyu Real Estate ที่มีแบบสัญญาสำหรับแต่ละประเภทดีล (ซื้อขาย / เช่า / ฝากบริหาร) พร้อมทีมงานช่วยให้คำแนะนำ

อยากให้ดีลมั่นใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าคอม ?

การเป็นนายหน้าที่ดี ต้องอาศัยทั้งความขยัน ความอดทน และระบบงานที่รัดกุม — เพราะการแค่ “หาลูกค้ามาให้” ไม่ใช่จุดจบของดีลอีกต่อไป ในเมื่อสมัยนี้เจ้าของห้องเองก็หาลูกค้าได้ ดังนั้นคุณค่าของนายหน้าจึงอยู่ที่ ความเป็นมืออาชีพ ความรับผิดชอบ และการทำให้ทั้งเจ้าของห้องและลูกค้ารู้สึกสบายใจ

ฝากขาย / ฝากปล่อยเช่ากับ Shinyu Real Estate

เรามีระบบสัญญาที่ชัดเจน ทีมงานดูแลครบวงจรตั้งแต่หาลูกค้าคุณภาพ ทำการตลาด ประสานงาน ทำสัญญา ไปจนถึงดูแลหลังการขาย/หลังการเช่า ทั้งฝั่งเจ้าของทรัพย์และผู้เช่าชาวญี่ปุ่น — Invest in Trust

ปรึกษา Shinyu ฟรี →

อ่านบทความความรู้อื่น ๆ เกี่ยวกับการลงทุนอสังหาและการปล่อยเช่าคอนโดได้ที่ หมวดบทความความรู้ หรือติดตามเราที่ Facebook Shinyu Real Estate

※ บทความนี้เป็นข้อแนะนำเชิงปฏิบัติจากประสบการณ์ของทีมงาน Shinyu Real Estate ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย หากต้องการร่างสัญญานายหน้าที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ควรปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม

Subscribe now for exclusive property offers.

ค้นหา, ลงทุน, เติบโต

ทรัพย์ที่ใช่ รอคุณอยู่ที่นี่

Shinyu Real Estate พร้อมช่วยคุณค้นหาบ้านและคอนโดในฝัน ไม่ว่าจะเพื่ออยู่อาศัยหรือลงทุน
ด้วยบริการครบวงจรตั้งแต่การคัดสรรโครงการ การเจรจาซื้อขาย ไปจนถึงการดูแลหลังการโอนกรรมสิทธิ์